• 5 Tips ลดอาการบวมช้ำหลังผ่าตัด

              คนไทยนิยมทำศัลยกรรมจมูก ตาสองชั้น หรือศัลยกรรมความงามอื่นๆกันมากขึ้น ซึ่งเทคนิคการผ่าตัดในปัจจุบันช่วยให้การผ่าตัดทำได้ดีขึ้น บวมช้ำน้อย ใช้เวลาพักฟื้นน้อยลง เพื่อให้การผ่าตัดไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและงานที่ทำ อย่างไรก็ตามปัจจัยหลักที่สำคัญไม่แพ้การผ่าตัด คือ การดูแลตัวเองหลังทำเป็นอย่างดี ก็จะช่วยให้แผลหายดี ยุบบวมได้เร็ว และผลลัพธ์หลังการผ่าตัดสวยงาม วันนี้โชว์ไทม์คลินิก จึงจะมาแนะนำ 5 ทิป ในการลดอาการบวมช้ำหลังผ่าตัดค่ะ

    • ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเนื่องจากความเย็นช่วยให้หลอดเลือดหดตัว เลือดออกน้อยลง เลือดที่ยังออกซึมๆหลังผ่าตัดจึงหยุดได้เร็วขึ้น ทั้งยังช่วยลดปวดได้อีกด้วย
    • ลดปวด ไม่ควรปล่อยให้มีอาการปวดแผลเนื่องจาก อาการปวด ทำให้เลือดที่หยุดแล้วออกได้ใหม่เล็กน้อย จึงควรประคบเย็นหลังผ่าตัดทันที จนครบ 3 วัน และทานยาแก้ปวด เมื่อประคบเย็นแล้วยังรู้สึกปวดแผลอยู่
    • ประคบอุ่นโดยเริ่มในวันที่ 4 หลังการผ่าตัด เป็นช่วงที่อาการบวมจะเริ่มลดลง แผลเริ่มแห้ง เนื้อเยื่อภายในจะเริ่มสมานตัว จึงควรเปลี่ยนมาประคบอุ่นแทน เพราะการประคบอุ่นจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัว เลือดไหลเวียนนำสารอาหารมาเลี้ยงแผล และสลายเลือดหรือน้ำเหลืองที่คั่งค้างบริเวณแผล ทำให้อาการบวมลดลงได้เร็ว
    • นอนศีรษะสูงในช่วง 3-5 วันแรกหนังผ่าตัด หรือนอนแบบกึ่งนั่งกึ่งนอน เนื่องจากหลังผ่าตัด การทำงานไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองบริเวณแผลยังทำงานได้ไม่ดี หากนอนราบศีรษะไม่สูง แผลอาจจะบวม เนื่องจากเลือดและน้ำเหลืออาจคั่งอยู่บริเวณแผลและใบหน้ารอบๆได้
    • งดอาหารรสจัดอาหารสุกดิบและอาหารทะเล อาหารรสจัด เช่น อาหารรสเค็มจัด หรือมีผงชูรสมาก ทำให้แผลบวมได้ง่าย อาหารสุกดิบนั้น ไม่ค่อยสะอาด เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ส่วนอาหารทะเลนั้น เสี่ยงต่อการแพ้ อาจทำให้มีตุ่มคันขึ้นทั่วร่างกายรวมทั้งบริเวณแผลด้วย

              นอกจากเรื่องบวมแล้ว ความสะอาดของแผลก็เป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง ควรทำความสะอาดแผลตามที่ทางคลินิกแนะนำ และไม่ให้แผลโดนน้ำเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้มีการอักเสบและติดเชื้อได้ หากดูแลแผลเป็นอย่างดีและทำตามทิปลดบวมเหล่านี้ รับรองว่าพักฟื้นไม่นาน ยุบบวมเร็ว สวยเร็วแน่นอนค่ะ

  • ไขข้อข้องใจ เรื่องแผลเป็นหลังทำตาสองชั้น

            ขึ้นชื่อว่าแผลเป็น ถือเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากมี แต่แผลก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หลังจากการผ่าตัด ทั้งนี้แผลจะหายไร้ร่องรอย หรือเห็นรอยน้อยมากขึ้นกับหลายปัจจัย การทำตาสองชั้น เป็นการผ่าตัดบริเวณใบหน้า ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการสมานแผลดีมากบริเวณหนึ่งของร่างกาย โอกาสเกิดแผลเป็นนูนน้อยมาก และยังเลี่ยงให้แผลอยู่ในรอยพับชั้นตา ทำให้มองไม่เห็นได้อีกด้วย

            สำหรับเทคนิคในการผ่าตัด มีทั้งแบบจุดที่เสี่ยงแผลเป็นน้อย ตามด้วยแบบกรีดสั้น และกรีดยาว เป็นลำดับการทำตาสองชั้นแบบกรีดจะเป็นแผลมากน้อยขึ้นกับเทคนิคในการเย็บ ปริมาณการตัดหนังตา หากต้องตัดมาก คือมีหนังตาตกมาก อาจทำให้มีแผลเลยออกนอกรอยพับชั้นตาได้ อย่างไรก็ตาม แผลที่เลยออกนอกรอยพับชั้นตา สามารถซ่อนไว้ให้เหมือนเป็นรอบพับหางตาเวลายิ้มได้

            สำหรับสภาพผิวและกรรมพันธุ์นั้น ท่านที่อายุน้อยมีการสมานแผลได้ดีกว่า แผลจะสีจางลงได้เร็วใช้เวลา 2-3 เดือนเท่านั้น แต่สำหรับท่านที่อายุมากอาจใช้เวลา 6 เดือนแผลจึงจะจางเหมือนสีผิวปกติ สำหรับแผลเป็นนูนขึ้นกับกรรมพันธุ์และปัจจัยเสี่ยงคือมีการติดเชื้อหลังผ่าตัด อย่างไรก็ตาม เปลือกตาเกิดแผลเป็นนูนได้ยาก และติดเชื้อได้ยากเช่นกันเนื่องจากมีเลือดมาเลี้ยงมาก

             การดูแลแผลหลังทำตาสองชั้นก็เป็นปัจจัยที่สำคัญ โดยจะต้องทำแผลให้สะอาดป้องกันการติดเชื้อ หลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัดเพราะอาจทำให้แผลแดง มาตัดไหมตามนัด และใส่แว่นกัดแดดทุกครั้งที่ออกกลางแจ้งค่ะ

            คุณหมอและโชว์ไทม์คลินิก ใส่ใจเรื่องแผลเป็นมากๆ โดยจะซ่อนแผลในรอยพับตา ไม่เป็นแผลนูน สีจางลงเท่าสีผิวปกติในเวลาเหมาะสม เราพัฒนาเทคนิคในทุกขั้นตอน เพื่อให้ผลลัพท์ที่ดีค่ะ

  • COVID-19 #COVIDเราติดยัง

           โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) เกิดจาก ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 นับเป็นสายพันธุ์ที่ 7 ของไวรัสโคโรนาที่ติดต่อในมนุษย์ ซึ่งทำให้มีอาการปอดอักเสบรุนแรงได้ ไวรัสชนิดนี้แพร่ระบาดจากคนสู่คนผ่านทางละอองน้ำลายจากการไอจาม โดยกระจายได้ไกลประมาณ 2 เมตร รับเชื้อได้ทั้งจากการสูดดม เข้าปาก หรือสัมผัสละอองน้ำลาย

    ผู้ป่วย โควิด-19 จะพบอาการดังนี้

    • มีไข้สูงมากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ต่อเนื่อง 4 วันหรือมากกว่า 
    • ไอ อาจเจ็บคอ หรือมีเสมหะปนเลือด 
    • ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร 
    • มีอาการเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว จากภาวะปอดอักเสบ ในรายที่ป่วยรุนแรง 

    ผู้ป่วย ไข้หวัดธรรมดา

          จะมีไข้ต่ำ น้ำมูกไหล ไอ จาม คัดจมูก แต่เป็นไม่มาก อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัวเล็กน้อย หายใจไม่สะดวกเพราะน้ำมูกอุดตัน และจะดีขึ้นใน 3-4 วัน โดยรักษาตามอาการ เช่นรับประทานยาลดไข้ ยาแก้ไอ ยาลดน้ำมูก

    ผู้ป่วย ไข้หวัดใหญ่

          มีไข้สูง ตัวร้อน หนาวสั่น ไอ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย อาจมีท้องเสียหรืออาเจียนร่วมด้วย รักษาด้วยยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ และตามอาการ

    สำหรับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 (ยังไม่ได้รับการตรวจยืนยัน) ที่มีประวัติ

    • เดินทางมาจากพื้นที่มีการระบาดต่อเนื่อง
    • ประกอบอาชีพที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้เดินทางมาจากพื้นที่มีการระบาดต่อเนื่อง
    • สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย/ผู้ป่วยยืนยัน
    • เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน
    • มีไข้ 37.5 ขึ้นไป ร่วมกับอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ

          หากอาการไม่มาก ภูมิคุ้มกันดี อายุน้อย อาจไม่ได้ติดเชื้อหรือสามารถหายได้เอง แนะนำกักตัว 14 วัน เพื่อป้องกันแพร่เชื้อไปสู่คนอื่น ควรสังเกตอาการตัวเองอย่างต่อเนื่อง หากเริ่มมีอาการรุนแรงขึ้น ไอ เหนื่อย แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ควรไปพบแพทย์ โดยอย่าลืมสวมหน้ากากอนามัย พร้อมแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบตามความจริง

         ในส่วนของท่านที่ไม่มีอาการป่วย ร่างกายแข็งแรง ก็ไม่ควรพาตัวเองไปยังสถานที่เสี่ยง พื้นที่แออัดต่างๆ นะคะ

  • ฉายแสงลดอาการบวมหลังผ่าตัด

    LED Light Therapy ฉายแสงลดอาการบวม ลดอาการอักเสบหลังการผ่าตัด

               แสง LED (Light Emitting Diode) ช่วยลดอาการบวม อาการบาดเจ็บจากการผ่าตัด โดยฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพให้กลับมามีกระบวนการทำงานที่เป็นปกติ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว  ซ่อมแซมบริเวณที่มีอาการอักเสบในเวลาอันสั้น โดย การบำบัดด้วยแสง LED เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย องค์การอาหารและยาทั้งในประเทศไทย และ สหรัฐอเมริกา 

    ข้อดีของการฉายแสงลดอาการบวม

    • ช่วยปรับสมดุลการทำงานของเซลล์ให้กลับมาทำงานปกติ
    • ลดอาการบวมหลังจากการผ่าตัด 
    • ละระยะพักฟื้น ไม่มีผลข้างเคียง ทำกิจวัตรประจำวันได้ปกติหลังฉายแสง
    • ขณะฉายแสงไม่รู้สึกเจ็บ จะรู้สึกอุ่นเปรียบเสมือนให้ผิวได้ผ่อนคลาย

    ระยะเวลาในการทำ

              การฉายแสงลดบวมแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที / ครั้ง เริ่มทำได้วันที่ 4 หลังการผ่าตัด และสามารถทำได้ 2 ครั้ง ต่อ สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์

              ที่ Showtime Clinic ของเรานั้นมีบริการฉายแสงลดบวมหลังการผ่าตัดให้ฟรีด้วยนะคะ เริ่มต้นเดือนมีนาคม 2563 นี้ค่ะ เพื่อช่วยลดการอักเสบ ลดการบวม และช่วยให้การฟื้นตัวของคนไข้ไวขึ้นค่ะ

  • 5 อาหารแสลง ไม่ควรรับประทานหลังผ่าตัด

              การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้หายเร็วและทำให้ผลลัพท์ของการผ่าตัดออกมาดี ไม่ว่าจะเป็นการดูแลทำความสะอาดแผล ประคบอุ่นเย็น การพักผ่อนให้เพียงพอ 
              ในส่วนของอาหารก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยเราควรทานอาหารให้ครบเพื่อให้ได้สารอาหารไปเลี้ยงร่างกายและช่วยสมานแผล แต่ก็มีอาหารบางชนิดที่ควรหลีกเลี่ยง โดยหลักใหญ่มี 5 ชนิด ดังนี้

    1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดประมาณ 1 เดือน เนื่องจากทำให้แผลหายช้าและอาจอักเสบได้ และหากเมาก็กลับดึกร่างกายไม่ได้พักผ่อน ซึ่งส่งผลแผลสมานช้า
    2. อาหาร สุกๆดิบๆ หรือส้มตำปูปลาร้า บาง ท่านชอบมาก แต่ควรงดไปก่อน เนื่องจากอาหารประเภทนี้ไม่ค่อยสะอาด
    3. ไข่และอาหารทะเล อยู่ในกลุ่มอาหารที่เสี่ยงต่อการแพ้ หากรับประทานแล้วแพ้ อาจจะมีตุ่ม ผื่นคัน ขึ้นตามผิวทั่วร่างกาย รวมถึงบริเวณแผลด้วย จึงอาจส่งผลเสียต่อแผลผ่าตัดได้
    4. อาหารเสริมอาหารเสริมนั้นเราอาจจะไม่ทราบส่วนประกอบทั้งหมด ซึ่งบางส่วนประกอบส่งผลให้แผลสมานช้า จึงแนะนำให้งดก่อนเช่นกัน
    5. อาหารหมักดองอาจจะไม่ค่อยสะอาด รวมทั้งมีแบคทีเรียจากการหมักดอง อาจส่งผลเสียกับแผลผ่าตัดได้

     

              หากเราสามารถเลี่ยงอาหารเหล่านี้ได้ก็จะช่วยให้การดูแลง่ายยิ่งขึ้น รวมทั้งทำให้แผลสมานเร็วด้วยค่ะ

  • วางแผนดูแลตัวเองหลังทำตาสองชั้น

              ด้วยเทคนิคในปัจจุบันทำให้การผ่าตัดตาสองชั้นพัฒนาไปไกล ไม่บวม ไม่ช้ำมากอย่างเมื่อสมัย 20 กว่าปีที่แล้ว ทั้งนี้การผ่าตัดทุกแบบมีได้ผลลัพธ์ที่ดี สวยงาม หายไว ขึ้นอยู่กับ 3 ช่วงคือ

    1. การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด เช่น การงดวิตามินอาหารเสริม พักผ่อนเพียงพอ เป็นต้น
    2. ระหว่างการผ่าตัด อันนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณหมอ Showtime Clinic ได้เลยค่ะ
    3. ดูแลหลังการผ่าตัด คือ การดูแลทำความสะอาดแผล รับประทานยาฆ่าเชื้อ ประคบลดอาการบวม ดูแลกิจวัตรประจำวันและรับประทานอาหารที่เหมาะสม

              ในบทความนี้เราจะพูดถึงหลักง่ายๆ ในการดูแลตัวเองหลังทำตาสองชั้น

    • หลังคำควรประคบเย็นบ่อยๆเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดอาการบวมช้ำและลดอาการปวดแผลได้ด้วย
    • ควรงดใช้คอมพิวเตอร์หรือดูโทรศัพท์มือถือนานๆ ประมาณ 3 วัน เพื่อให้แผลได้สมานดี
    • นอนศรีษะสูง 3-5 วัน เพื่อลดอาการบวม อาจมีอาการบวมมากน้อยต่างกันไป
    • ในวันที่ 5 อาจมีอาการคันที่แผล ไม่ควรเกา อาการจะหายไปเมื่อตัดไหม
    • งดแผลโดนน้ำ โดยงดล้างหน้า 7 วัน
    • ทำแผลทายาเช้า-เย็น รับประทานยาให้ครบและมาตัดไหมตามกำหนด7 วัน
    • ใส่แว่นกันแดดทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน
    • ควรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แห้ง ไม่ร้อนเกินไป อากาศถ่ายเทดี เพื่อให้แผลสมานตัวได้ดีและเร็ว
    • ใส่แว่นกันแดดทุกครั้งที่ออกนอกบ้านป้องกันสิ่งสกปรกเข้าแผล และช่วยป้องกันแผลดำ
    • งดใช้เครื่องสำอางรอบดวงตา งดใส่คอนแทกเลนส์ งดว่ายน้ำและออกกำลังกายหนัก 3 สัปดาห์

              การดูแลหลังทำตาสองชั้นก็ไม่ได้ยากเลยนะคะ แล้วทางโชว์ไทม์ คลินิกก็ยังเตรียมอุปกรณ์ดูแลให้เยอะมากๆ พร้อมทั้งสามารถติดต่อสอบถามได้หลังทำตลอดเลยค่ะ อย่าลืมมาทำตาสองชั้นกันนะคะ

  • สูบบุหรี่ ทำจมูกได้ไหม

    Q : สูบบุหรี่ ทำจมูกได้มั้ย❓

    A : ไม่ควรสูบเลยครับ

              เนื่องจากบุหรี่มีสารนิโคติน (Nicotine)ทำให้หลอดเลือดแดงหดตัว ความยืดหยุ่นของหลอดเลือดลดลง เพิ่มไฟบริโนเจน ทำให้เลือดแข็งตัวง่ายขึ้น และก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (Carbon monoxide) ที่ขัดขวางการลำเลียงออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง นอกจากนี้ยังมีสารพิษอีกหลายตัว เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) อาร์เซนิก (Arsenic) และไซยาไนด์ (Cyanide)

              ดังนั้นการสูบบุหรี่จะทำให้เส้นเลือดเล็กๆหดตัว ทำให้เลือดที่จะไปเลี้ยงแผลน้อยลง แผลหายช้าลง และเพิ่มโอกาสติดเชื้อหลังผ่าตัดมากยิ่งขึ้น

    Q : ถ้าเลิกไม่ได้ควรงดสูบนานมั้ย ❓

    A : จริงๆแล้ว ไม่สูบเลยจะดีมากครับ

              ไม่สูบเลยจะดีมาก ทั้งต่อแผลผ่าตัดและสุขภาพในอนาคต

              คนที่สูบบ้าง ไม่สูบบ้าง ควรงดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด และหลังผ่าตัดอย่างน้อย 1 เดือนเลยครับ ยิ่งงดนาน ยิ่งดีหรือเลิกบุหรีก่อนผ่าตัด น่าจะเป็นคำแนะนำที่ถูกต้องครับ

              เพราะนอกเหนือการสูบบุหรี ทำให้แผลหายช้าแล้ว ยังทำให้ ผิวเราได้รับเลือดน้อยลง เนื่องจากสารในบุหรี่ไปทำร้ายเส้นเลือดเลยทำให้ผิวพรรณไม่สดใส ดูสูงวัยเร็วขึ้นด้วยครับ

     

    *การเลิกบุหรี่ที่ถูกต้อง คือการหักดิบนะครับ

  • 4 สาเหตุหลัก ที่ทำให้จมูกเอียง

              จมูกเป็นอวัยวะที่อยู่กึ่งกลางใบหน้า มองเห็นโดดเด่นกว่าอวัยวะอื่นๆ การเสริมจมูกแล้วเอียงจึงเป็นเรื่องที่คนทักบ่อยกว่าปัญหาอื่นเช่นกัน นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว สันจมูกยังเป็นส่วนโหงวเฮ้งเรื่องวาสนา โดยจมูกเอียงจะหมายถึงมักประสบปัญหาเรื่องเงิน และความรัก หากเดิมก่อนเสริมมีสันจมูกตรงอยู่แต่หลังเสริมทำไมเอียง มีคำตอบและวิธีป้องกันมาให้ทราบกันค่ะ

     

    สาเหตุแรกคือมีกระดูกฮัมพ์ (Hump) จึงทำให้วางซิลิโคนได้ไม่แนบสนิทไปกับกระดูกสามารถแก้ไขโดยการปรับแต่งตะไบกระดูกออกหรือที่เรียกกันว่า “ตะไบฮัมพ์” เพื่อให้สันจมูกเรียบไม่สะดุดวางซิลิโคนได้แนบสนิทมากขึ้น

    สาเหตุที่ 2 คือซิลิโคนไม่พอดีกับจมูกไม่ว่าจะเป็นความส่วนสันหรือความยาวของซิลิโคนตรงนี้ศัลยแพทย์จึงต้องการเวลาและความละเอียดในการเหลาซิลิโคนให้รับกับกระดูกจมูกแบบจิ๊กซอว์ล็อคเพื่อขยับได้ยากหรือขยับไม่ด้วยเลยนอกจากล็อคแล้วยังต้องสวยละมุนอีกด้วย

    สาเหตุที่ 3 ที่พบได้บ่อยเช่นกันคือการกระทบกระแทกชนหลังการผ่าตัดเช่นบางท่านเป็นคุณแม่ลูกอ่อนลูกมาปัดโดนหรือเดินชนเล่นกีฬาเป็นต้นซึ่งป้องกันได้โดยการดามเฝือกอ่อนหลังผ่าตัดให้ครบตามเวลาที่กำหนดและระมัดระวังหลังการผ่าตัดมากขึ้น

    สาเหตุสุดท้ายคือมีอาการบวมเยอะหลังผ่าตัดหรือมีเลือดออกซ้ำบริเวณสันจมูกสังเกตุได้จากสันจมูกบวมและมีสีผิวออกเขียวทำให้เวลายุบซิลิโคนมีโอกาสเคลื่อนได้ป้องกันไม่ยากโดยเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการทำศัลยกรรมงดวิตามินอาหารเสริมงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังทำศัลยกรรมควรประคบเย็นบ่อยๆนอนศีรษะสูงงดของเค็ม  และทางโชว์ไทม์มีเทคนิคการผ่าตัดที่บวมช้ำน้อยด้วยช่วยในจุดนี้ด้วย

    ป้องกันและดูแลไม่ให้หลังเสริมจมูกเอียงมีหลายวิธีและทำไม่ยากเลยค่ะโชว์ไทม์คลินิกนอกจากจะมีเทคนิคบวมช้ำน้อยเรายังมีเฝือกอ่อนดามทรงหมอนรองคอกันนอนตะแคงเจลประคบเย็นและอุปกรณ์ดูแลหลังทำเพิ่มให้ด้วยนะคะ

  • 4 บุคคลที่ได้ประโยชน์จากการใส่เนื้อเยื่อเทียมรองปลาย

              ผิวหนังของเราจะบางลงเมื่ออายุมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดด และปัจจัยภายใน คือ คอลลาเจน(Collagen), อีลาสติน (Elastin), ไกลโคอะมิโนไกลแคน (Glycoaminoglycans) ซึ่งเป็นสารประกอบในชั้นหนังแท้ ลดจำนวนลง ทำให้ผิวแห้ง บางลง และขาดความยืดหยุ่น ปลายจมูกของเราก็ได้รับผลกระทบนี้ด้วยเช่นกัน ศัลยแพทย์จึงต้องคำนึงถึงจุดนี้ในการเสริมจมูก เพื่อให้สวยงามและปลอดภัย โดยเนื้อเยื่อเทียมก็มีบทบาทสำคัญที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงปัญหาเนื้อน้อยเนื้อบางที่ไม่เกี่ยวกับอายุอีกด้วย

              เนื้อเยื่อเทียม หรือ Acellular dermal matrixเป็นวัสดุทางการแพทย์ที่มีโครงสร้างและคุณสมบัติเหมาะสมในการใช้ทดแทนหรือตกแต่งเนื้อเยื่อของร่างกาย มีโครงสร้างเป็นร่างแห และประกอบด้วยคอลลาเจนเป็นหลักจึงสมานกับเนื้อเยื่อของร่างกายได้ดี ลดการเกิดผังผืด การเกิดคีรอย และแผลเป็นชนิดดึงรั้งได้ ในการเสริมจมูก เนื้อเยื่อเทียมสามารถใช้ทดแทนได้ทั้งบริเวณสัน และปลายจมูก            

     

             

                ใครที่จะได้รับประโยชน์ จากการใส่เนื้อเยื่อเทียมรองปลาย

    1. ท่านที่เคยเสริมมาแล้ว ปลายเดิมบางใส ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจากผิวหนังบางลงเมื่ออายุมากขึ้น หรือซิลิโคนหนาหรือใหญ่แล้วมีอาการปลายบาง ก็สามารถใช้เนื้อเยื่อเทียมเพิ่มความหนาให้กับผิวหนัง และทำให้ปลายดูสวยละมุนขึ้น
    2. ท่านที่ต้องการความโด่ง หรือปลายพุ่ง แต่เนื้อน้อย ปลายจมูกสั้น สามารถใช้เพื่อเพิ่มความหนาของผิวหนัง ให้ทรงจมูกเป็นทรงปลายพุ่งสวยงาม
    3. ท่านที่ต้องการป้องกันการทะลุในอนาคต เนื้อเยื่อเทียมจะช่วยเพิ่มความหนาให้ปลายจมูกป้องกันการทะลุ สามารถใช้ทดแทนกระดูกอ่อนหลังใบหูได้ โดยมีประสิทธิภาพเทียบเท่าและปลอดภัยไม่ต้องกังวลเรื่องแพ้
    4. ท่านที่เคยถอดซิลิโคนพักเนื้อแล้วปลายบุ๋ม ซึ่งเกิดจากการตึงรั้งของผังผืด สามารถใช้เนื้อเยื่อเทียมเข้าไปแทนที่ผิวที่บางลงลดการเกิดผังผืดได้

    ทั้งนี้เนื้อเยื่อเทียมเมื่อเข้าที่ดีแล้ว ความหนาจะไม่ลดลงตามอายุ จึงทำให้เนื้อปลายจมูกหนากว่าการเสริมจมูกปกติ ไม่บางใส

     

  • แพ้เนื้อเยื่อเทียมได้หรือไม่

              เนื้อเยื่อเทียมหรือ Acellular dermal matrix ผลิตจากประเทศเกาหลี และมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับเนื้อเยื่อจริงของเรามากที่สุด และใช้ทดแทนเนื้อเยื่อของเราได้เป็นอย่างดี เนื้อเยื่อเทียมได้ผ่านกระบวนการการผลิตที่ทำลาย กำจัดเชื้อโรคไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ไวรัส โดยการฆ่าเชื้อด้วยรังสี E-beam และผ่านการทดสอบทางระบบภูมิคุ้มกันแล้วว่า “ไม่แพ้” ทั้งยังได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    การฆ่าเชื้อด้วยรังสี E-beam โดยไม่ทำลายโครงสร้างคอลลาเจนภายใน

              หากไม่แพ้เนื้อเยื่อเทียม หลายคนคงสงสัยว่าทำไมมีอาการแดงบริเวณที่ใส่เนื้อเยื่อเทียมหลังการผ่าตัด เนื่องจากเนื้อเยื่อเทียมเป็นโครงสร้างคอลลาเจนที่มีลักษณะเป็นตาข่าย ทำให้มีเซลล์ใหม่ของร่างกายเราและเส้นเลือดใหม่ เติบโตเข้าไปในโครงสร้างตาข่ายนี้ จึงทำให้เกิดการแดงขึ้นในช่วงไม่เกิน 1 เดือนหลังศัลยกรรมและค่อยๆจางลง

                หากมีอาการแดงเกิน1 เดือน มักต้องสงสัยการติดเชื้อมากกว่าการแพ้เนื้อเยื่อเทียมซึ่งอาจเกิดขึ้นในระหว่างผ่าตัดเนื่องจากทุกการผ่าตัดต้องใช้เทคนิค ความชำนาญของแพทย์ รวมถึงอุปกรณ์และเทคนิคปลอดเชื้อที่ได้มาตรฐานด้วย การดูแลและการทำความสะอาดแผลหลังผ่าตัดก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน