ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

          ปัญหาไขมันส่วนเกินบนใบหน้าเป็นปัญหาที่พบบ่อยมากในปัจจุบัน ส่งผลให้รูปหน้าดูกลม แก้มเยอะ จนทำให้สูญเสียความมั่นใจ จนต้องเอาผมลงมาปิดแก้มตลอดเวลา การแก้ไขปัญหานี้ในปัจจุบันมีหลายวิธี เช่น การลดความอ้วน หรือการฉีด Meso Fat หรือทำทรีตเมนต์สลายไขมันที่บริเวณใบหน้า อีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยและให้การรักษาที่ตรงจุดและเห็นผลชัดเจน คือ การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

          การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม (Buccal Fat Removal) เป็นวิธีหนึ่งในการปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลงอย่างถาวร โดยแพทย์จะผ่านำไขมันบริเวณกระพุ้งแก้มออก ทำให้แก้มยุบลง ใบหน้าดูเรียวมากขึ้น

          การผ่าตัดทำโดยแพทย์จะฉีดยาชาด้วยเข็มที่เล็กมาก และเปิดแผลภายในช่องปากใกล้ฟันกรามบริเวณกระพุ้งแก้มประมาณ 5-10 มม. จากนั้นจะทำการผ่าตัดเลาะไขมันใต้กล้ามเนื้อออกมา หลังทำการห้ามเลือดและตรวจเช็คแผลเป้นอย่างดีแล้ว เย็บแผลด้วยไหมละลาย 

         ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 45-60 นาที 

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

  1. ประคบเย็น ประมาณ 3 วันหลังทำ ที่กระพุ้งแก้ม
  2. หลัง 3 วัน หากไม่เขียวไม่ต้องประคบอุ่นต่อก็ได้ อาการบวมส่วนใหญ่จะหายใน 7 วัน
  3. งดรับประทานของแสลง ของหมักดอง กะปิ ปลาร้า อาหารทะเล ไข่ และวิตามินอาหารเสริม อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  4. นอนศรีษะสูง 2-3 วันแรก เพื่อลดอาการบวม
  5. ในช่วง 7 วันแรกอาจมีอาการบวมมากน้อยต่างกันไป ผลชัดเจนแก้มจะยุบเต็มที่ 2 สัปดาห์
  6. 7 วันแรก ให้แปรงฟันเน้นด้านหน้า ด้านใกล้แผลให้แปรงเบาๆ สามารถใช้น้ำยาบ้วนปากผสมน้ำเปล่าบ้วนปากเสริมได้
  7. อาจมีรอยช้ำเกิดได้ หลัง 3 วันให้ประคบอุ่นช่วยและทายาแก้ฟกช้ำได้
  8. หากมีอาการบวมที่แก้ม หรือรู้สึกเปนก้อน เกิดจากตอนผ่าตัดมีเลือดออก จะสลายไปได้เองภายใน 1 เดือน
  9. ทานยาฆ่าเชื้อจนครบ ตามที่แพทย์แนะนำ
  10. ไม่ควรเอาลิ้นดุนแผล พูดเยอะ หรือเคี้ยวอาหารเหนียวแข็ง ใน 2 สัปดาห์แรก เนื่องจากอาจะทำให้ไหมหลุด หรือทำให้แผลปวดระบมได้
  11. แผลกระพุ้งแก้มด้านในเป็นไหมละลาย ไม่ควรแปรงฟันแรงบริเวณใกล้แผล ไหมจะละลายใน 2 สัปดาห์
  12. บ้วนปากหลังทานอาหารทุกครั้ง
  13. ระวังเศษอาหารขังในบริเวณช่องปาก
  14. สามารถล้างหน้า แต่งหน้าได้ตามปกติ
  15.  แก้มจะค่อยๆยุบเข้าที่ในช่วง 2-3 เดือน