โบท็อก (Botulinum Toxin)

          การฉีดโบท็อก หรือ Botulinum Toxin ได้รับความนิยมในปัจจุบันมาก เนื่องจากช่วยปรับรูปหน้าให้เรียว และช่วยลดริ้วรอย ทำให้ดูอ่อนเยาว์อีกด้วย โบท็อกใช้เวลาในการฉีดไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีอาการบวม ทั้งยังสามารถเห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็ว โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 6-8 เดือน โดยตัวยามีการสลาย 100% ไม่มีการตกค้างในร่างกาย

ความเป็นมา

          – โบท็อกเป็นสารสกัดจากแบคทีเรียชื่อ Clostridium

          – ออกฤทธิ์โดยการจับกับปลายประสาท ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว (ลดริ้วรอย) ลดการทำงานของกล้ามเนื้อทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง (ลดขนาดกราม หรือลดขนาดน่อง) 

โบท็อกฉีดบริเวณใดได้บ้าง

  1. รอยย่น หน้าผาก หางตา ระหว่างคิ้ว
  2. หน้า V shape โดยลดขนาดกล้ามเนื้อที่ใช้เคียว
  3. ขอบกราม เพื่อปรับรูปหน้าให้มีกรอบหน้าชัดเจน
  4. ลำคอ จะลดรอยเหี่ยวย่นของลำคอ
  5. รักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ในผู้ที่มีเหงื่ออกมาก
  6. น่อง เพื่อลดขนาดให้น่องเรียว

          ในการฉีดโบท็อกแพทย์จะทำการประเมินปัญหาของคนไข้เพื่อดูปริมาณยาที่ใช้ ในบางบริเวณที่ต้องฉีดหลายจุดอาจมีการทายาชาร่วมด้วย โดยใช้เวลาให้ยาชาซึมใต้ผิวหนังประมาณ 30-45 นาที ในบางบริเวณสามารถประคบเย็นก่อนฉีดด้วยเข็มขนาดเล็กได้เลย โดยคนไข้จะรู้สึกคล้ายมดกัดเท่านั้น

          หลังฉีดสามารถกลับไปทำกิจกรรมต่างๆได้ปกติ ไม่มีอาการปวดบวม

หลังฉีดโบท็อกมีข้อปฏิบัติตัวอย่างไร

  • หลังฉีดโบท็อกสามารถล้างหน้า ทาครีมได้ตามปกติ
  • หลังฉีดอาจมีรอยช้ำได้เล็กน้อยจากบางจุดที่กล้ามเนื้อวางตัวใกล้เส้นเลือด สามารถประคบเย็นได้ในระยะ 3 วันแรก หลังจากนั้นไม่ต้องประคบอุ่น
  • หลังฉีดควรขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด 20-30 นาที
  • หลังฉีดควรงดนอนราบ 4 ชั่วโมง
  • หลังฉีดโบท็อก 3 วัน แนะนำหลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า การทำทรีทเม้นต์แบบอุ่น หรือเลเซอร์
  • บางท่านเริ่มเห็นผลบางส่วนในระยะ 5 วัน แต่ผลเห็นชัดเจนในช่วง 2 สัปดาห์ ระหว่างนี้ไม่ควรนวดคลึง หรือประคบอุ่น
  • ในการฉีดควรเว้นระยะห่างพอดี คือไม่ติดกันเร็วกว่า 3 เดือนหรือไม่ห่างเกิน 6-8 เดือน

ข้อห้ามในการฉีดโบท็อก

  • ผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ผู้ที่เป็นโรคทางเดินหายใจ
  • สตรีตั้งครรภ์
  • มีการติดเชื้อที่ผิวหนังในบริเวณที่จะฉีดโบท็อก
  • อายุต่ำกว่า 18 ปี
  • สำหรับผู้ที่เคยมีผลข้างเคียงจากการฉีด มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เคยผ่าตัดบริเวณใบหน้า มีภาวะเลือดหยุดยาก หรือให้นมบุตร สามารถปรึกษาแพทย์ก่อนได้